ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletพระพิฆเนศวรบรมครูช้าง
bulletนโยบายการพัฒนาช้างไทยอย่างยั่งยืน
bulletโครงการบ้านพักช้างชรา
bullet“ครั้งแรก…ที่ฉันไปเป็นควาญช้าง”
bulletการตั้งเมืองอโยธยา
bulletประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา
bulletทุ่ง ป่า และภู เพื่อล่าโพนช้าง
bulletช้างเป็นสินค้า ค้าช้าง ในสมัยอยุธยา
bulletพิธีคล้องช้างโบราณหาชมได้ยาก
bulletโครงการบ้านพักช้างชรา
bulletช้างกับกรุงศรีอยุธยา
dot
dot
bulletน้ำท่วม54อพยบช้าง!
bulletโครงการสร้างควาญช้างเด็ก
bulletเพนียดหลวง การสืบสานตำนานความยิ่งใหญ่
bulletช้างไทยสัญลักษณ์แห่งเอกราชของคนไทย
bulletโครงการวิวาห์ช้าง โครงการอนุรักษ์สืบสานสายพันธุ์ช้างไทย
bulletโครงการปลูกอาหารช้าง ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
bulletวิถีชีวิตหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง
bulletควาญช้างเด็ก
bulletคนเลี้ยงช้าง ผู้สืบทอดภูมิปัญญาควาญช้างไทย
dot

dot


พระพิฆเนศ จตุคามรามเทพทรงช้าง
changdee.com
www.eleonact.com
www.elephantstay.com
www.ayutthayapark.com


ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา

ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา

โดย พจน์ พูลสวัสดิ์

การสืบสานงานประวัติศาสตร์และโบราณคดี ข้าพเจ้าผู้เขียนได้ศึกษาวิชาคดี กับอาจารย์จิตต์ บัวบุษอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติลงสนามพื้นที่ดูโบราณสถานต่างๆที่มีความสำคัญประกอบการพิจารณาหาเหตุผลความเป็นมาและความเป็นจริง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นราชธานีเก่า มีผู้เขียนเป็นตำราหลายท่านทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ มีหลักฐานไม่ตรงกันเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ต้นวงศ์ของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ความเห็นของผู้บันทึกเหตุการณ์หลายท่านมีความคิดเห็นไปคนละทิศละทาง ทำให้เกิดปัญหาประวัติศาสตร์เลอะเลือนจับต้นชนปลายไม่ถูก

                อาจารย์จิตต์ บัวบุษ เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทางวิชาสถาปัตยกรรมและโบราณคดีได้พยายามทำวิจัยค้นคว้าหาหลักฐาน ความเป็นมาโดยอาศัยหลักฐานจากวัสดุก่อสร้าง หลักฐานทางภูมิศาสตร์ความสัมพันธ์ของพื้นที่ และลำดับบุคคลที่เกี่ยวเนื่องตลอดทั้งการใช้ภาษาของต้นวงศ์ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองว่ามาจากตระกูลวงศ์ใด

                ลำดับ ตามพื้นที่ สถานที่ บุคคล และส่วนประกอบ

                สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง พระรามาธิบดีที่ 1 ตามพระยาเดิม “ท้าวอู่ทอง” ในคำว่า “ท้าว” เป็นคำนำหน้า ของ คนลาวในประวัติศาสตร์ กล่าวไว้ว่า ท้าวอู่ทอง อยู่ในวงศ์เชียงราย

                                                                 ปี 1853 ท้าวแสนพรหม เป็นโอรสกษัตริย์นักรบจาก เมืองเชียงแสน เชียงราย ได้ล่าเมืองขึ้นมาถึงเมืองไตรตรึงษ์เทพนคร อยู่ด้านทิศใต้แม่น้ำเจ้าพระยาของจังหวัดกำแพงเพชรปัจจุบัน ได้อภิเษกสมรสกับราชธิดาเมืองไตรตรีงษ์ และต่อมาได้มายึดเมืองพันทุมบุรี (สุพรรณบุรี) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นเมืองมหาอำนาจ มีเมืองบริวารล้อมรอบมากมายในเขตพื้นที่สุวรรณภูมิ

                                                                 ปี 1853 ท้าวแสนพรหม ได้ยกพลมายึดเมืองพันทุมบุรีไว้ในปกครอง และสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์นครพันทุมบุรี ท้าวแสนพรหมมีพระราชธิดา เป็นพระองค์แรก ต่อมาได้พระราชโอรสอีก 1 องค์ เมื่อพระโอรสประสูติ ทรงสร้างเปลทองคำให้พระราชโอรสบรรทม เพราะ เมืองพันทุมบุรีมีทองคำมาก เนื่องจากการส่งส่วยหรือเครื่องบรรณาการของเมืองบริวารจะต้องส่งส่วยด้วยทองคำทุกปี ท้าวแสนพรหมจึงตั้งพระนามพระราชโอรสว่า “อู่ทอง” ตามมงคลนาม ที่บรรทมในเปลทองคำ คำว่าเปลคนโบราณ เรียกว่า “อู่” ในรัชกาลปัจจุบันก็ยังมีพระราชพิธีอัญเชิญพระราชกุมารหรือพระราชกุมารี “ลงพระอู่”

เมื่อพระราชโอรสเจริญพระชนมพรรษา ท้าวแสนพรหมได้ฝึกวิทยายุทธให้พระราชโอรสจนมีความเชี่ยวชาญเชิงยุทธเท่าพระบิดา

ท้าวแสนพรหม ชาวบ้านชั้นกลางเรียก แสนพรหม ว่า “แสนพม” ชาวบ้านทั่วไปในละแวกบ้านชนบท เรียกว่า แสนปม ตามพื้นภาษาของคนลาว เรียก พ.พาน เป็น ป.ปลา และไม่มี ร.เรือกล้ำ คำว่า ท้าวแสนพรหม จึงเพี้ยนเป็น “ท้าวแสนพรหม” ปัจจุบันคนลาวยังใช้คำว่าราคาแพงเป็นราคาแปง

                                                                 คนในสมัยปัจจุบัน ที่ไม่เข้าใจในเรื่องการใช้ภาษาไทย ก็ยังมีทั่วไป ทั้งคนในเมืองและในชนบท ที่ใช้คำพูดที่ไม่มี ร.เรือหรือล.ลิงกล้ำ เช่น คำว่า เปล่า มักจะใช้คำว่า “ป่าว” ปลาก็จะเรียกว่า “ปา” เปรี้ยว ก็เรียกว่า “เปี้ยว” พรม เรียก “พม” เป็นต้น และ ” ปม” ในที่สูง

 

ตามที่คนทั่วไป เข้าใจว่า พระราชบิดาของพระเจ้าอู่ทอง หรือท้าวอู่ทอง ทรงพระนาม “แสนปม” มีปมตามตัว จึงเป็นการเข้าใจผิดพลาด ตามภาษาที่เพี้ยนไปตามภาษาของท้องถิ่น

ท้าวแสนพรหม เมื่อได้ยึดครองเมืองพันทุมบุรี แล้ว ได้เปลี่ยนพระนามว่า ท้าวศิริชัยและด้วยเหตุที่มีทองคำมาก จึงเปลี่ยนชื่อพันทุมบุรี เป็นสุพรรณบุรี เนื่องจากได้ผลประโยชน์จากการส่งส่วยด้วยทองคำที่เมืองบริวารส่งให้จนสามารถสร้างเปลทองคำ ให้พระราชโอรสบรรทม

ท้าวแสนพรหมหรือท้าวศิริชัยมีพระราชธิดาองค์แรก ได้อภิเษกสมรสกับขุนหลวงพะงั่ว ซึ่งเป็นนักรบคู่พระทัย เนื่องจากประเพณีโบราณนิยมให้บุตรสาวเมื่อออกเรือนหรือแต่งงานแล้วจะให้อยู่ที่บ้าน ส่วนลูกชาย เมื่อมีครอบครัวก็ออกไปสร้างบ้านเรือนอยู่ใหม่

ต่อมาให้พระเจ้าอู่ทองอภิเษกสมรสกับน้องสาวของขุนหลวงพะงั่ว และมีพระราชโอรสทรงพระนามว่าพระราเมศวร

ท้าวอู่ทองมีวิทยายุทธ ไม่แพ้พระราชบิดา ประกอบด้วย ขุนหลวงพะงั่ว พระพี่เขยมีความเชี่ยวชาญในเชิงรบอยู่ด้วย จึงได้ขยายอำนาจลงไปทางใต้ ไปยึดเมืองพริบพรี ปัจจุบันเป็นเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นเมืองมหาอำนาจ มีเมืองบริวารอาณาเขตกว้างขวาง เช่น เมืองราชบุรี เป็นต้น และสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาอีก เรียกว่า เมืองนครชัยศรี คำว่า “ชัยศรี” เป็นพระนามของพระเจ้าศิริชัย ซึ่งเป็นพระราชบิดาของ ท้าวอู่ทอง โดยใช้พระนามของพระราชบิดา เป็นเกียติประวัติ เรียกพระนามกลับจากคำว่า “ศิริชัย” เป็นชัยศิริ เป็นชื่อเมืองของนครปฐม สมัยดั้งเดิมและเปลี่ยนเป็นนครปฐมสมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมกับย้ายไปอยู่ที่ตั้งนครปฐมในปัจจุบัน

ต่อมา เมืองพริบพรีคือเพชบุรี เกิดอหิวาตกโรคระบาด ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก พระเจ้าอู่ทอง จึงอพยพ ผู้คนพลเมือง มายึดเมืองเวียงเล็ก คือ เมืองเล็ก ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็นเวียงเหล็ก(วัดพุทไธสวรรย์) ซึ่งเป็นเมืองบริวารของเมืองรามนคร (กรุงศรีอยุธยา)หรือศรีรามนคร ชื่อเต็มว่า “สังขบุรีศรีรามนคร”

ท้าวอู่ทองได้เข้าเจรจากับ เจ้าเมืองรามนคร คือ พระเจ้าสายน้ำผึ้ง เป็นเจ้าเมืองขอมที่มีอำนาจมาแต่ก่อน มีเมืองบริวารมากมายล้อมรอบ มีเมืองอโยธยา มีเมืองอโยธยาด้านทิศตะวันออก เป็นต้น ซึ่งเป็นเมืองบริวารเล็กๆเช่นเดียวกับ เวียงเล็ก (วัดพุทไธสวรรย์ด้านทิศตะวันออก) และซากเมืองเก่าที่เป็นวัดโปรดสัตว์ (ปัจจุบัน)ใต้วัดพนัญเชิงก็เป็นเมืองบริวารของศรีรามนคร

พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ยกเมืองให้ท้าวอู่ทอง โดยไม่ต้องรบทำสงคราม เพราะเห็นว่าอายุมากแล้วและกำลังจะเสื่อมอำนาจลง มีพระราชโอรส พระองค์เดียว คือพระยาธรรมิกราช ต่อมาได้สถาปนาพระราชฐาน เป็นวัดธรรมิกราช ซึ่งเป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง เพื่อเป็นอนุสรณ์พระเจ้าสายน้ำผึ้งพระราชบิดาและพระยาธรรมิกราช ท้าวอู่ทองได้มายึดเมืองศรีรามนคร อีกประการหนึ่งพระเจ้าอู่ทอง ระนารายณ์อวตารลงมาถือกำเนิดเป็นพระราม คือท้าวอู่ทอง มีสังข์เป็นเทพวุธอยู่ในพระหัตถ์ เมื่อปี 1890 และใช้เวลาสร้างประสาทราชวัง กำแพงเมือง ป้อมคลองคู ประตู หอรบ เป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยาปี 1893

ท้าวอู่ทอง ได้ทรงพระสุบินนิมิต ว่ามีชีปะขาว มาบอกว่า ถ้าจะสถาปนาเมืองรามนคร ให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองต่อไปข้างหน้าและเป็นมงคลเมือง ให้ไปขุดสังข์ที่ดงหมันในบริเวณหนองโสน ซึ่งจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ในดงหมัน เป็นที่สังเกต ให้ขุดดินลงไปที่โคนไม้ใหญ่ด้านทิศตะวันออกลึกหนึ่งศอก จะพบหอยสังข์ เพื่อเป็นมงคลเมืองและเป็นสัญลักษณ์เมือง ชีพ่อพราหมณ์ให้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่และพระนามของท้าวอู่ทองว่า สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว พระนามเมืองว่า กรุงเทพมหานคร บวรทวารวดีศรีอยุธยา มหาดิลก ภพนพรัตนราชธานี บุรีรัมย์ เหตุที่ทรงพระรามาธิบดี เพราะเป็นรามนครหรือศรีรามนครและชื่อเต็มว่าเมืองสังขบุรีศรีรามนครตามประวัติรามเกียรติ์ เรียกเมืองพระรามว่ากรุงศรีอยุธยา

ดอกโสน เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะขุดสังข์ได้ที่หนองโสน หอยสังข์เป็นหอยมงคล เกลียวหอย เวียนไปทางขวา เรียกว่าทักษิณาวัฏฏ์ มีสีขาวบริสุทธิ์เทวดา ใช้เป่าเมื่อเวลาจะประชุมเทวดา กรมประชาสัมพันธ์ จึงนำมาเป็นสัญลักษณ์ของกรมประชาสัมพันธ์ความเป็นมงคลของกรุงศรีอยุธยา ก็ยังเป็นจุดสนใจของคนทั่วโลกในปัจจุบัน เป็นศูนย์ท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัดและแก่ประเทศชาติมากมาย เพราะอิทธิพลของหอยสังข์ขอนนี้ ทำให้ชื่อเสียงของกรุงศรีอยุธยาก้องไปทั่วโลก ถึงแม้จะเหลือแต่ซากโบราณสถาน

ต้นหมันเป็นพันธุ์ไม้เล็กคล้ายต้นปอ ใช้เปลือกแทนปอได้และใช้เปลือกไปตอกหมันเรือขยายพันทางราก ไม่มีดอกไม่มีผล (มีในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) พ..2493

คำว่า “หมัน” ในสัญลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดหมายความถึง การเชื่อมประสานรอยแตกร้าว ให้เป็นแผ่นเดียวกัน น้ำไม่รั่วไหลเข้าไปในเรือ เป็นการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในกลุ่มชน

เมื่อท้าวอู่ทองได้ สังข์ ตามที่ชีปะขาวบอกแล้วจึงเริ่มวางผังเมือง เพื่อสร้างกำแพงเมืองค่าย คลองคู ประตู หอรบ ปราสาทราชวังใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่ปี1890 ใช้เวลา3ปีจีงเสร็จและทำการสถาปนากรุงศรีอยุธยา เมื่อปีใ 1893 ชีพ่อพราหมณ์ให้ฤกษ์เป็นศุภมงคล วันศุกร์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน5ปีขาลโทศกจุลศักราช 712 เวลาเช้า3นาฬิกา9บาท เป็นนักขัตฤกษ์ที่4เสด็จขึ้นประทับบัลลังก์นพปฏลมหาเศวกฉัตร สถาปนาขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา (ศรีรามนคร)ชีพ่อพราหมณ์ กระทำพิธีกลบบัตรสุมเพลิง เพื่อล้างเสนียดจัญไร หรือล้างอาถรรพณ์ จากคัมภีร์ อาถรรพเวท คัมภีร์ที่4ทางศาสนาพราหมณ์

เป็นที่น่าสังเกตว่า การสร้างเมืองใหม่ ปราสาท ราชวังจะไม่ไปทับที่ด้านพระปรางค์ ซึ่งเป็นเทวสถานเก่า ของรามนคร จะก่อสร้างมาด้านแนวพระวิหารมงคลบพิตรตลอดแนวทิศตะวันตกของเทวสถาน

พื้นที่ ก่อสร้าง เป็นปราสาทถึงคลองเมือง หรือคูเมือง จึงเห็นได้ชัดว่า ความเป็นมาของท้าวอู่ทอง มีเชื้อสาย และมาจากสถานที่ใด และมาอยู่ที่ใดตามลำดับ

สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนาขึ้นครองราชย์สมบัติกรุงศรีอยุธยา เป็นพระรามาธิบดีที่ 1เมื่อพระชนมายุ38พรรษา

ลำดับ บุคคล

สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง เสด็จสวรรคต เมื่อปี 1912 ครองราชย์ 19 ปีพระชนมายุ 52 พรรษา สมเด็จพระราเมศวร ราชโอรส ขึ้นครองราชย์สมบัติ เมืองขึ้น เมืองบริวารต่างๆเห็นว่าพระราเมศวร ยังทรงพระเยาว์ มีพระชนมายุน้อย ขึ้นครองราชย์สมบัติได้ปีเดียวต่างแข็งเมืองก่อการกบฏ สมเด็จพระราเมศวร จึงขอให้ขุนหลวงพะงั่ว ซึ่งเป็นพระเจ้าลุง ขึ้นครองกรุงศรีอยุธยาแทนส่วนสมเด็จพระราเมศวรไปครองลพบุรีและกลับมาครองกรุงศรีอยุธยาปี 1931 ถึง1938 โดยสำเร็จโทษพระเจ้าทองลันหลานขุนหลวงพระงั่ว ซึ่งขึ้นครองราชย์กรุงศรีอยุธยาได้เพียง7วัน

สมัยที่พระนเรศวร พระราชโอรสของพระเจ้าอู่ทอง ขึ้นครองราชย์สมบัติได้ยกทัพไปตีเมืองเขมร แพ้กลับมา ได้ไปขอให้ลุง คือขุนหลวงพะงั่ว ที่ครองเมืองอยู่ที่สุพรรณบุรี(หรือพันทุมบุรีเก่า)มาช่วยรบเขมรได้ชัยชนะกลับมา และให้ขุนหลวงพะงั่ว ครองเมืองกรุงศรีอยุธยา แทนพระราเมศวร ไม่ได้มีการชิงราชบังลังก์ตามที่เข้าใจกัน เพราะผู้เขียนประวัติศาสตร์บางเล่ม ทำให้เกิดความไขว้เขวและหลงผิด

 

 



รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image



 *





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
อดีตกาลเคยกู้ชาติ ปัจจุบันคล้ายขอทาน ช้างสัตว์สัญลักษณ์ประเทศไทย ศักศรีและสิ่งที่สร้างไว้ให้กับแผ่นดิน วันนี้คุณตอบแทนเขาหรือยัง ช้างไทย